# Setup: ระบบทำ Content แบบ "ตัวตน x AI"

> **วิธีใช้ไฟล์นี้**
> 1. สร้างโฟลเดอร์ว่างหนึ่งโฟลเดอร์ แล้ววางไฟล์นี้ไว้ข้างใน
> 2. เปิด AI ที่ทำงานกับไฟล์ในเครื่องได้ (เช่น Claude Code) ในโฟลเดอร์นั้น
> 3. พิมพ์ว่า **"อ่าน Setup.md แล้วช่วยตั้งระบบให้ผมที"**
>
> AI จะถามคุณเป็นช่วงๆ ว่าอยากใช้งานแบบไหน แล้วสร้างระบบตามคำตอบ ไม่ต้องใช้ทุกอย่างที่เขียนไว้ เลือกเฉพาะที่เหมาะกับคุณ

---

## ส่วนที่ 1: สำหรับ AI: อ่านก่อนเริ่ม

คุณกำลังช่วยผู้ใช้สร้างระบบทำคอนเทนต์ของเขาเอง ระบบนี้มีหลักข้อเดียว

> **ตัวตนเป็นของผู้ใช้ AI เป็นมือ**
> เรื่องที่เขาเชื่อ วิธีที่เขาพูด และประสบการณ์ของเขา ต้องมาจากตัวเขาเท่านั้น
> งานที่ใช้แรง เช่น ค้นข้อมูล ร่างบท ตรวจ ตัดต่อ ให้ AI ทำ

### กติกาการคุยกับผู้ใช้
1. **ถามทีละคำถาม** ห้ามถามรวดเดียวหลายข้อ รอคำตอบก่อนค่อยถามข้อถัดไป
2. **คุยภาษาเดียวกับผู้ใช้** ใช้ภาษาง่ายๆ ไม่ใช้ศัพท์เทคนิคถ้าไม่จำเป็น
3. **ทุกคำถามให้ตัวเลือก 2-4 ข้อ** และบอกว่าตัวไหนที่คุณแนะนำ เพราะอะไร ผู้ใช้ตอบนอกตัวเลือกได้เสมอ
4. **ห้ามแต่งข้อมูลของผู้ใช้** ข้อไหนเขายังไม่มีคำตอบ ให้เขียนไว้ว่า `รอข้อมูล` แล้วไปต่อ
5. **สรุปสิ่งที่จะสร้างก่อนลงมือทุกช่วง** แล้วรอให้ผู้ใช้ตอบตกลง
6. **ถามก่อนทุกครั้ง** ถ้าต้องติดตั้งโปรแกรม ใช้เงิน ใช้เครดิต หรือส่งข้อมูลขึ้นอินเทอร์เน็ต
7. **เริ่มจากเล็กที่สุดที่ใช้งานได้** ทำช่วงที่ 1-6 ให้ได้คลิปแรกก่อน แล้วค่อยถามว่าจะเพิ่มช่วงที่ 7 เป็นต้นไปไหม
8. **จดทุกการตัดสินใจ** ไว้ในไฟล์ `CLAUDE.md` (หรือไฟล์คำสั่งหลักของ AI ที่ใช้) เพื่อให้ครั้งหน้าทำงานต่อได้โดยไม่ต้องถามซ้ำ

### ภาพรวมของระบบ (ปรับตามคำตอบผู้ใช้)

```
สมองของช่อง → เสียงของเรา → คลังความรู้
                                  ↓
                 ตั้งโจทย์จากปัญหาของคนดู
                                  ↓
                 ข้อมูลที่ตรวจแล้วของคอนเทนต์ชิ้นนั้น
                                  ↓
                 AI เขียนร่าง (ตาม "DNA การเขียน")
                                  ↓
                 ตรวจด้วยกติกา + ตรวจข้อเท็จจริง
                                  ↓
                 ผู้ใช้อ่าน แก้ อนุมัติ
                                  ↓
          (เลือกได้) อัด → ตัดต่อ → โพสต์เอง → วัดผล → ป้อนกลับ
```

---

## ส่วนที่ 2: ช่วงการตั้งระบบ

แต่ละช่วงมี: คำถามที่ต้องถาม · ตัวเลือก · สิ่งที่ต้องสร้าง · ถือว่าเสร็จเมื่อไหร่

### ช่วงที่ 0: เช็กเครื่องมือในเครื่อง (AI ทำเอง ไม่ต้องถาม)
- เช็กว่ามีอะไรติดตั้งอยู่แล้ว เช่น Node.js, Python, ffmpeg, yt-dlp, git
- เช็กว่าผู้ใช้มีบัญชี AI ตัวไหนบ้าง (ถามทีหลังในช่วงที่เกี่ยวข้อง)
- **เสร็จเมื่อ:** รู้ว่าเครื่องทำอะไรได้บ้าง และบอกผู้ใช้สั้นๆ ว่าเจออะไร

### ช่วงที่ 1: ทำคอนเทนต์แบบไหน
**ถามทีละข้อ:**
1. คอนเทนต์หลักเป็นแบบไหน? (คลิปสั้นพูดหน้ากล้อง / วิดีโอยาว / โพสต์ข้อความหรือรูป / พอดแคสต์ / ผสม)
2. ลงแพลตฟอร์มไหนเป็นหลัก?
3. ทำกี่ช่องหรือกี่แบรนด์? (ช่องเดียว / หลายช่องที่คนดูต่างกัน)
4. ทำบ่อยแค่ไหน? (เช่น สัปดาห์ละ 2 ชิ้น)

**สร้าง:** `CLAUDE.md` ที่บอกว่าระบบนี้ทำอะไร ใช้ภาษาอะไร มีกี่ช่อง · ถ้าหลายช่อง ให้แยกโฟลเดอร์ต่อช่อง `channels/<ชื่อช่อง>/` และ**ห้ามใช้ข้อมูลข้ามช่อง**
**เสร็จเมื่อ:** ผู้ใช้อ่านสรุปแล้วตอบว่า "ใช่"

### ช่วงที่ 2: สมองของช่อง (สัมภาษณ์)
**ถามทีละข้อ** (ข้ามข้อที่ผู้ใช้ยังไม่มีคำตอบได้):
- ใครเป็นคนพูด มีประสบการณ์อะไรที่เกี่ยวกับเรื่องที่พูด
- พูดกับใคร อายุประมาณไหน เขาเจ็บปวดหรืออยากได้อะไร
- เรียกตัวเองและเรียกคนดูว่าอะไร น้ำเสียงแบบไหน
- เสาคอนเทนต์ 3-4 เรื่องที่จะพูดวนอยู่
- อยากให้คนดูทำอะไรต่อ (กดติดตาม / ทักแชต / ซื้อ / ยังไม่ขาย)
- เรื่องที่ห้ามพูด ห้ามโชว์ หรือคำที่ไม่ใช้

**สร้าง:** `brandbook.md` · `pillars.md` · `funnel.md` (ส่วนที่ไม่รู้ เขียน `รอข้อมูล`)
**เสร็จเมื่อ:** สรุปให้ผู้ใช้ตรวจ แล้วเขาบอกว่าถูก

### ช่วงที่ 3: เสียงของเรา (Writing DNA) ⭐ สำคัญที่สุด
**ถาม:**
1. มีคอนเทนต์ที่เคยเขียนหรือพูดแล้วชอบไหม? ขอ 3 ชิ้น (พิมพ์มา วางลิงก์ หรือส่งไฟล์เสียง/วิดีโอให้ถอดเสียงก็ได้)
2. ถ้ายังไม่มี ให้ผู้ใช้เขียนหรืออัดเสียงเล่าเรื่องสั้นๆ สัก 1-2 เรื่องตามสไตล์ที่ตัวเองพูดจริง

**สร้าง:** `writing-dna.md` ที่ถอดจากตัวอย่างจริง เช่น ประโยคเปิด วิธีเล่า คำติดปาก วิธีปิด สิ่งที่ไม่ทำ · เก็บตัวอย่างต้นฉบับไว้ใน `examples/`
**กติกาถาวร:** ทุกครั้งที่ผู้ใช้แก้งานที่ AI เขียน ให้ถามสั้นๆ ว่าไม่ชอบตรงไหน แล้วจดเป็น "บทเรียน" ต่อท้าย `writing-dna.md`
**เสร็จเมื่อ:** มีตัวอย่างอย่างน้อย 3 ชิ้น

> **บทเรียนจากระบบต้นแบบ:** AI ที่ดูวิเคราะห์เก่ง มักเขียนภาษาแข็งและห้วน ตัวอย่างจริงของผู้ใช้สำคัญกว่าคำอธิบายสไตล์ยาวๆ

### ช่วงที่ 4: คลังความรู้
**ถาม:** ไอเดียและข้อมูลจะมาจากไหน? (เลือกได้หลายข้อ)
- คลิปหรือหนังสือของผู้เชี่ยวชาญที่ผู้ใช้เชื่อ ใส่ไว้ใน NotebookLM แล้วถามคำถามได้
- โฟลเดอร์เอกสารหรือโน้ตของผู้ใช้เอง
- ค้นจากเว็บทีละหัวข้อ
- คลังคอนเทนต์คู่แข่งที่ปัง (เก็บสถิติไว้ดูว่าอะไรได้ผล)

**วิธีใช้ที่ได้ผล:** ตั้งโจทย์จาก**ปัญหาของคนดู** แล้วให้คลังความรู้ตอบ ("คนที่... จะทำยังไงดี") ไม่ใช่หยิบชื่อคอนเทนต์ของคนอื่นมาทำซ้ำ
**กติกาข้อเท็จจริง (บังคับ):**
- ตัวเลข สถิติ งานวิจัย ใช้ได้เฉพาะที่ค้นยืนยันจากต้นฉบับแล้ว ไม่งั้นห้ามใส่
- แนวคิดจากหนังสือ ให้อ้างว่าเป็นความเห็นของผู้เขียน ("ผู้เขียนบอกประมาณว่า...") อ้างเฉพาะตอนที่ช่วยอธิบายเรื่องจริงๆ ไม่ต้องยัดหนังสือทุกชิ้น
- ห้ามลอกสำนวนของเจ้าของต้นฉบับ

**สร้าง:** วิธีเก็บข้อมูลต่อชิ้น เช่น `facts.md` ในโฟลเดอร์ของคอนเทนต์แต่ละชิ้น
**เสร็จเมื่อ:** ลองตั้งโจทย์ 1 ข้อ แล้วได้ข้อมูลที่ใช้ได้จริง

### ช่วงที่ 5: ใครเขียนร่าง
**ถาม:** ผู้ใช้มีบัญชี AI ตัวไหนบ้าง? แล้วเสนอให้ **ทดสอบแบบไม่บอกชื่อ** ให้ 2-3 โมเดลเขียนเรื่องเดียวกัน ด้วยข้อมูลชุดเดียวกัน แล้วให้ผู้ใช้เลือกจากการอ่านอย่างเดียว
**สร้าง:** เครื่องมือหรือขั้นตอนเรียกโมเดลที่ผู้ใช้เลือก โดยส่ง: ข้อมูลของชิ้นนั้น + `writing-dna.md` + ตัวอย่างทั้งหมด + ข้อห้ามจาก brandbook
**กติกา:**
- ถ้าผู้ใช้เลือกโมเดลอื่นเป็นคนเขียน AI ตัวหลักห้ามแก้สำนวนเอง เจอปัญหาให้รายงานหรือสั่งเขียนใหม่
- ส่งข้อมูลดิบให้คนเขียน อย่าเขียนประโยคสำเร็จรูปลงไปในบรีฟ ไม่งั้นสำนวนของ AI ตัวหลักจะหลุดเข้าไปในงาน
**เสร็จเมื่อ:** ผู้ใช้อ่านร่างแรกแล้วรู้สึกว่า "ใช่เสียงเรา"

> **บทเรียนจากระบบต้นแบบ:** ผู้ใช้ต้นแบบชอบโมเดลรุ่นเก่ามากกว่ารุ่นใหม่ล่าสุด เลือกด้วยหูของเจ้าของ ไม่ใช่ด้วยเลขรุ่น

### ช่วงที่ 6: ตรวจก่อนถึงมือผู้ใช้
**ถาม:** อยากให้ระบบตรวจอะไรบ้างแบบอัตโนมัติ? (แนะนำทุกข้อ)
- ความยาวรวม (ถ้าเป็นคลิป ให้วัดความเร็วพูดจริงของผู้ใช้จากคลิปเก่า แล้วคำนวณเวลา)
- ความยาวของประโยคเปิด/ฮุก
- คำต้องห้ามของช่อง
- มีช่วงปิดท้ายชวนทำต่อ

**สร้าง:** สคริปต์ตรวจที่รันด้วยคำสั่งเดียว (กติกาที่วัดได้ ต้องตรวจด้วยโค้ด ไม่ใช่ให้ AI กะเอา) + ขั้นตรวจข้อเท็จจริงเทียบกับ `facts.md`
**เสร็จเมื่อ:** ลองทำคอนเทนต์ชิ้นแรกครบวงจร ตั้งแต่โจทย์ ร่าง ตรวจ ไปจนผู้ใช้อนุมัติ

---

**✅ ถึงตรงนี้ระบบใช้งานได้แล้ว** ให้หยุดถามผู้ใช้ว่า "ลองใช้สักพักก่อนไหม หรือจะต่อช่วงถัดไปเลย"

---

### ช่วงที่ 7: หน้าทำงาน (ไม่บังคับ)
**ถาม:** อยากดูและจัดการงานแบบไหน?
- แค่ไฟล์ในโฟลเดอร์ก็พอ
- หน้าเว็บในเครื่อง (บอร์ดแบ่งสถานะ อ่านบท แก้บท อนุมัติ ทิ้งงานเข้ากล่องเก็บ)
- เครื่องมือที่ใช้อยู่แล้ว เช่น Notion, Google Sheets

**ถ้าเลือกหน้าเว็บ:** ให้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทุกครั้ง (ไม่ต้องมีฐานข้อมูล) · ทำไฟล์ดับเบิลคลิกเปิดได้ · งานที่ช้า (ย้ายไฟล์ใหญ่ เรียก AI) ต้องทำเบื้องหลัง ห้ามทำให้หน้าเว็บค้าง

### ช่วงที่ 8: การอัด (ไม่บังคับ สำหรับวิดีโอ/เสียง)
**ถาม:** อัดยังไง?
- ใช้แอปกล้องปกติ แล้วโยนไฟล์เข้าโฟลเดอร์ของคอนเทนต์ชิ้นนั้นเอง (ง่ายที่สุด)
- อยากได้ **Teleprompter บนมือถือ** ที่ดึงบทที่อนุมัติแล้วขึ้นมาเอง อัดในตัว แล้วส่งไฟล์กลับเข้าระบบ (ทำตามสเปกด้านล่าง)
- จ้างคนอัด/อัดที่สตูดิโอ (ทำแค่ไฟล์บทให้พิมพ์หรือส่งต่อ)

**สร้าง (ทุกแบบ):** ช่องทางให้บทที่อนุมัติแล้วไปถึงตอนอัด และไฟล์ที่อัดกลับมาเข้าคอนเทนต์ชิ้นที่ถูกต้อง

#### ถ้าเลือก Teleprompter: สเปกที่ใช้ได้จริงในระบบต้นแบบ

**ถามเพิ่มทีละข้อ:**
1. ใช้มือถืออะไร? (iPhone / Android) · อัดด้วยกล้องหน้าหรือหลัง?
2. ยอมให้บทขึ้นเว็บไหม? (กล้องในหน้าเว็บต้องใช้เว็บ HTTPS จึงต้องมีโฮสต์ เช่น Netlify, Vercel, Cloudflare Pages ซึ่งมีแบบฟรี) ถ้าไม่ยอม ให้ใช้แอป Teleprompter สำเร็จรูปแล้ววางบทเอง แทนการสร้าง
3. จะส่งไฟล์ที่อัดกลับเข้าคอมยังไง? (iCloud Drive / Google Drive / AirDrop / สาย)

**สิ่งที่ต้องมี:**
1. **หน้าเว็บเดียว ติดตั้งเป็นแอปบนหน้าจอโฮมได้** (PWA: มี manifest และไอคอน) · เปิดแล้วเห็นรายการคลิปที่สถานะ "พร้อมถ่าย" แยกตามช่อง
2. **ไฟล์บทเป็น JSON ไฟล์เดียว** สร้างจากไฟล์บทในเครื่อง มีแค่คำพูดแบ่งเป็นช่วง ชื่อเรื่อง ความยาว (ห้ามใส่ข้อมูลแบรนด์อื่นขึ้นเว็บ) · หน้าเว็บโหลดไฟล์นี้แบบไม่ใช้ cache ทุกครั้ง
3. **ส่งบทขึ้นเว็บอัตโนมัติ** ทุกครั้งที่บันทึกบทของคลิปที่พร้อมถ่าย หรือเปลี่ยนคลิปเป็นพร้อมถ่าย (หน่วงไว้หลายวินาทีเพื่อรวมหลายการแก้เป็นการ deploy รอบเดียว) และมีปุ่มส่งเองสำรอง
4. **กล้องเป็นพื้นหลังเต็มจอ บทเลื่อนขึ้นทับด้านบน** ใกล้เลนส์กล้อง เพื่อให้สายตามองใกล้กล้อง · บรรทัดที่กำลังพูดสว่าง บรรทัดอื่นจาง
5. **ความเร็วเลื่อนผูกกับเวลา ไม่ใช่พิกเซล** ใช้ความเร็วพูดของเจ้าของ (ตัวอักษรต่อวินาที) คำนวณเวลาของแต่ละบรรทัด บวกเวลาหยุดตรง `...` · ปรับความเร็วได้ (เช่น 0.5×–2×) ปรับขนาดตัวอักษรได้ และจำค่าที่ตั้งไว้ในเครื่อง
6. **นับถอยหลัง 3-2-1 ก่อนอัด** · แตะจอเพื่อหยุด/เล่นต่อ · ลากบทเพื่อย้อนหรือข้ามได้ · มีตัวจับเวลา
7. **จอไม่ดับระหว่างอัด** (Screen Wake Lock และขอใหม่ทุกครั้งที่กลับเข้าแอป)
8. **อัดในตัวด้วย MediaRecorder** เลือกฟอร์แมตที่เครื่องรองรับตามลำดับ (mp4/H.264 ก่อน แล้วค่อย webm) ตั้งบิตเรตวิดีโอสูงพอสำหรับตัดต่อ
9. **ตั้งชื่อไฟล์ให้ระบบจับคู่ได้เอง** เช่น `<ช่อง>__<รหัสคลิป>__<วันเวลา>.mp4`
10. **ส่งไฟล์ด้วยหน้าต่างแชร์ของมือถือ** (Web Share API กับไฟล์) แล้วบอกวิธีบันทึกลงโฟลเดอร์ที่ตกลงกันไว้ เช่น iCloud Drive → โฟลเดอร์ `Takes`
11. **ฝั่งคอมคอยรับไฟล์อัตโนมัติ** ตรวจโฟลเดอร์นั้นเป็นระยะ จับคู่ชื่อไฟล์กับคลิป ย้ายเข้าโฟลเดอร์ `raw/` ของคลิป แล้วเปลี่ยนสถานะเป็น "อัดแล้ว" · ชื่อไฟล์ที่จับคู่ไม่ได้ ให้ย้ายไปโฟลเดอร์แยก ไม่ลบทิ้ง

**ปัญหาที่ระบบต้นแบบเจอมาแล้ว (ต้องกันไว้ตั้งแต่แรก):**
- **เปิดกล้องไม่ได้** ถ้าเปิดหน้าเว็บจากไฟล์ในเครื่องหรือ http ธรรมดา กล้องในเบราว์เซอร์ใช้ได้เฉพาะ HTTPS
- **ภาพซูมเข้า/แคบผิดปกติบน iPhone** ถ้าขอความละเอียดแนวตั้งตรงๆ (เช่น 1080×1920) Safari จะเลือกโหมดที่ครอปภาพ → ให้ขอความละเอียดแนวนอนตามเซนเซอร์ (1920×1080) แล้วปล่อยให้ iPhone หมุนเป็นแนวตั้งเอง · ควรมีปุ่มสลับระหว่างภาพเต็มจอกับเห็นทั้งเฟรม และโชว์ความละเอียดจริงที่กล้องส่งมา เพื่อตรวจได้ว่าไฟล์จะออกมา 9:16
- **แก้บทแล้ว Teleprompter ไม่อัปเดต** ถ้าการส่งบทขึ้นเว็บเป็นปุ่มที่ต้องกดเอง คนจะลืม → ส่งอัตโนมัติเมื่อบันทึก (ข้อ 3) · หน้าที่เปิดบทค้างไว้ต้องกลับไปหน้ารายการหรือรีเฟรชถึงจะเห็นบทใหม่
- **ระบบในคอมค้างทั้งตัว ตอนรับไฟล์จาก iCloud** ไฟล์ที่ iPhone อัปโหลดแล้วแต่ Mac ยังไม่ได้โหลดตัวจริงลงมา (สถานะ dataless) ถ้าสั่งย้ายทันที ระบบจะค้างรอดาวน์โหลด → การย้ายไฟล์ต้องทำแบบ async ไม่บล็อกหน้าเว็บ · เช็กก่อนว่าไฟล์ลงเครื่องแล้วหรือยัง ถ้ายัง ให้สั่งโหลด (`brctl download`) แล้วข้ามไปรอบหน้า · รอให้ขนาดไฟล์นิ่งอย่างน้อย 1 รอบก่อนย้าย · ถ้ารอบก่อนยังไม่เสร็จ ห้ามเริ่มรอบใหม่ซ้อน
- **ไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์หรือปรับสี** ตอนอัด เก็บภาพสะอาดไว้ ไปจัดการตอนตัดต่อทีเดียว

**ถือว่าเสร็จเมื่อ:** อัดเทคทดสอบจากมือถือ 1 เทค แล้วไฟล์เข้าโฟลเดอร์ `raw/` ของคลิปที่ถูกต้องเอง เป็นแนวตั้ง 9:16 เสียงชัด และระหว่างนั้นหน้าเว็บในคอมยังใช้งานได้ปกติ

### ช่วงที่ 9: ตัดต่อ (ไม่บังคับ)
**ถาม:** ตัดต่อแบบไหน?
- ตัดเอง
- ส่งคนตัด (ให้ AI ทำโน้ตสั้นๆ ส่งคนตัด ไม่ต้องทำบรีฟละเอียดทีละช็อตก่อนอัด)
- ให้ระบบตัดอัตโนมัติ

**ถ้าเลือกอัตโนมัติ:** ทำ **Style Kit** ของช่องก่อน (สี ฟอนต์ สไตล์ภาพ แนวเพลง ตำแหน่งหน้าคน ใส่ซับหรือไม่) โดยทำภาพตัวอย่างให้ผู้ใช้เลือก 2-3 รอบ · ทุกการตัดสินใจเรื่องภาพต้องดูจาก**เสียงที่อัดจริง** (เวลาที่เดาไว้ก่อนอัดใช้ไม่ได้) · ตรวจจุดพูดผิดแล้วพูดซ้ำ (เครื่องถอดเสียงมักมองไม่เห็น) · คลิปแรกให้ผู้ใช้ติ แล้วจดคำติลง Style Kit

### ช่วงที่ 10: วัดผลแล้วป้อนกลับ (ไม่บังคับ)
**ถาม:** จะเก็บผลยังไง? (กรอกเองทุกสัปดาห์ / ดึงจาก API ของแพลตฟอร์ม)
**สร้าง:** ไฟล์บันทึกผลต่อชิ้น + คำสั่งสรุปว่าแบบไหนได้ผล · AI **เสนอ**การปรับกติกาได้ แต่แก้ได้เมื่อผู้ใช้อนุมัติเท่านั้น

---

## ส่วนที่ 3: โครงโฟลเดอร์แนะนำ (ปรับได้)

```
CLAUDE.md                    กติกาและการตัดสินใจทั้งหมดของระบบ
channels/<ชื่อช่อง>/
  brain/                     brandbook · pillars · funnel
  voice/                     writing-dna.md · examples/
  style/                     style-kit.md (ถ้าตัดต่ออัตโนมัติ)
  items/<วันที่>-<ชื่อ>/      facts.md · draft.txt · script.md · raw/ · final.*
tools/                       สคริปต์ตรวจ · ตัวเรียกโมเดลเขียน · (ตัวตัดต่อ)
```

สถานะของงานแต่ละชิ้น (แนะนำ): `ไอเดีย → เขียนบท → อนุมัติแล้ว (พร้อมถ่าย) → อัดแล้ว → ตัดแล้ว → โพสต์แล้ว` และ **กล่องเก็บ** สำหรับงานที่ไม่ใช้ (ไม่ลบ กู้คืนได้)

---

## ส่วนที่ 4: บทเรียนจากระบบต้นแบบ (AI ต้องรู้)

1. **ตัดส่วนที่ไม่ได้ใช้ ต่อให้ดูมืออาชีพแค่ไหน** ระบบต้นแบบเคยทำบรีฟตัดต่อทีละช็อตก่อนอัด สุดท้ายต้องคิดใหม่จากเสียงจริงทุกครั้ง เปลืองไปหลายล้าน token
2. **ทีม AI หลายตัวไม่ได้ดีกว่าเสมอ** แยก agent เฉพาะงานที่อ่านข้อมูลเยอะแต่ผลสั้น งานที่ทำพร้อมกันได้ หรืองานที่ต้องการคนตรวจที่ไม่ใช่คนทำ นอกนั้นให้ AI ตัวหลักทำเอง เพราะมันรู้บริบทที่คุยกันมา
3. **คะแนนประเมินคุณภาพ ยังไม่ต้องมีจนกว่าจะมีผลจริงให้เทียบ** ถ้าทุกชิ้นได้คะแนนใกล้กันและไม่มีชิ้นไหนตก แปลว่ามันยังไม่ช่วยตัดสินใจ
4. **ตัวเลขห้ามแต่ง** AI แต่งสถิติได้เนียนมาก ต้องมีกติกาชัด
5. **คนตัดสินเรื่องรสนิยม** ภาษาไหนลื่น ภาพไหนสวย ชิ้นไหนผ่าน ให้เจ้าของเลือก AI ทำตัวอย่างให้เทียบได้ แต่ไม่ตัดสินแทน
6. **อย่าโพสต์แทนผู้ใช้** ระบบจบที่ชิ้นงานพร้อมโพสต์ การกดโพสต์เป็นของคน

---

## ส่วนที่ 5: ข้อความเปิดที่ AI ควรพูดกับผู้ใช้

> "สวัสดีครับ ผมจะช่วยตั้งระบบทำคอนเทนต์ที่ใช้ตัวตนของคุณเป็นหลัก และให้ AI ช่วยงานที่ใช้แรง
> ผมจะถามทีละคำถาม คำถามไหนยังไม่มีคำตอบ ข้ามไปก่อนได้ครับ
> เริ่มข้อแรกเลยนะครับ: **คอนเทนต์หลักของคุณเป็นแบบไหน?**
> 1) คลิปสั้นพูดหน้ากล้อง  2) วิดีโอยาว  3) โพสต์ข้อความ/รูป  4) พอดแคสต์  5) ผสมหลายแบบ"
